ฮุปแต้มอีสาน, สิมอีสาน (Isan Mural Painting and Isan Temple Architectures)
 สิม หอไตร ฮูปแต้ม

(วางเมาส์บนรูปภาพ เพื่อดูส่วนขยายภาพ)


หอแจก วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ จ.อุบลฯ
     เดิมชื่อ วัดศรีนวล ตั้งอยู่ที่บ้านชีทวน ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 26 กิโลเมตร ใช้เส้นทางถนนแจ้งสนิท จากหอนาฬิกา ไปตามทางหลวงหมายเลข 23 (อุบล-ยโสธร) ประมาณ 21 กิโลเมตร จะถึงบ้านท่าวารี มีทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านอีก 5 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ แหล่งโบราณคดีที่สำคัญ มีศิลปกรรมที่น่าสนใจ คือ ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก

     วัดศรีนวล สร้างโดยครูญาตีนก้อม (ท่านอุปัชฌาย์วงค์ พรหมฺสโร) แต่ไม่ปรากฏปีที่สร้าง ชื่อวัดสีนวล ตั้งมาจากนางสีนวล ที่ถวายที่ดินให้ขยายวัด ภายหลังได้เพิ่มชื่อว่า แสงสว่างอารมณ์ ต่อท้าย และใช้ชื่อว่า วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ มาจนถึงปัจจุบัน

     ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก เป็นธรรมาสน์แห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีรูปแบบแตกต่างจากธรรมาสน์โดยทั่วไป กล่าวคือ มีลักษณะเป็นรูปสิงห์ ยืนเทินปราสาท(ตัวธรรมาสน์) สร้างด้วยอิฐถือปูน ยอดปราสาทเป็นเครื่องไม้ทำเป็นชั้นซ้อนลดหลั่น ประดับตกแต่งลายปูนปั้น และลายเขียนสีแบบศิลปะญวนทั้งหลัง ตัวธรรมาสน์ ตั้งอยู่ในหอแจก (ศาลาการเปรียญ) ทรงไทยที่มีจิตรกรรมฝ้าเพดาน ศิลปะสกุลช่างเดียวกัน
     ธรรมาสน์แห่งนี้ สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในปี 2468-2470 โดยช่างฝีมือไทยชีทวนกับช่างญวน ตามคติความเชื่อเรื่อง สิงหาสน์บัลลังก์ ลักษณะตัวสิงห์ ปราสาท หลังคาทรงมณฑป เป็นฝีมือผสมผสานของช่างญวนที่รับอิทธิพลฝรั่งเศส และที่เพดานหอแจก (ศาลาการเปรียญ) เหนือธรรมาสน์ มีฮูปแต้ม (ภาพเขียนสี) ที่งดงามฝีมือช่างญวน ถือเป็นประติมากรรมที่มีคุณค่ายิ่งทางด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียน เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ข้อมูลโดยละเอียดจาก : สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัย ขอนแก่น http://202.12.97.23/main/esanart

     ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก สร้างประมาณปี พ.ศ. 2468-2470 ตั้งอยู่ในศาลาการเปรียญ เป็นงานศิลปกรรมที่เกิดจากงานผสมผสานความคิดแบบไทย กับฝีมือช่างชาวญวนเวียง ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก มีลักษณะเป็นรูปสิงห์ ยืนเทินปราสาท (ตัวธรรมาสน์ ยอดปราสาทเป็นเครื่องไม้แกะสลักทำเป็นชั้นซ้อนลดหลั่นกันลงมา อย่างสวยงาม มีทั้งภาพของเหล่าเทพและปราสาท ส่วนตัวสิงห์ด้านหัวเป็นหัวสิงห์ ตรงกลางเป็นทรงเจดีย์มีช่องสี่เหลี่ยมทั้ง 4 ด้าน มีรูปภาพเขียนสีเป็นรูปของเหล่าเทวดาและดอกไม้ของชาวฝรั่ง
     ธรรมมาสสิงห์ทางด้านทิศเหนือ ซึ่งเป็นด้านที่ใช้ประโยชน์ในการทำกิจกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับศาสนามากกว่า ทุกด้านและถือเป็นด้านหน้าทางขึ้นศาลาการเปรียญ บริเวณ หลังคามีลายฉลุไม้ลดหลั่นกันอย่างลงตัว จุดเด่นของหลังคาธรรมมาสสิงห์ทางด้านทิศนี้ ก็คือ การฉลุลายไม้เป็นลายเมฆแบบจีน เช่น “ลายเมฆยู่อี่”และส่วนของลายฉลุหลังคาเรือนธรรมมาสยังมีตัวอักษรโซ่งจื้อ หรือซิ่วในวงกลม ซึ่งเป็นอักษรแห่งความยังยื่นโดยมีความหมายว่า ความสมบูรณ์ ความหวัง
     ส่วนตัวเรือนธรรมมาสทางทิศเหนือนี้จะประกอบไปด้วย เทวดามีพาหนะเป็นค้างคาว ซึ่งหมายถึงเทพที่คอยปกป้องรักษาธรรมมาสตัวนี้ เทวดาแบบไทยในท่าฟ้อนรำ ซึ่งหมายถึง การร่วมยินดีในเวลาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา มีค้างคาวอยู่มุมบนทั้ง 2 ด้าน ซึ่งหมายถึงการมีโชคลาภ ถ้าค้างคาวคู่ก็หมายถึง โชคคู่ นั้นเอง และยังมีดอกโบตั๋น ซึ่งเป็นดอกไม้มงคล ของจีน และยังมีสัตว์ตามธรรมชาติ เช่นเสือ นก หงส์ กระลอก ที่ทุกตัวคาบดอกไม้ ซึ่งแสดงความเคารพ ศรัทธา ในศาสนา และยังมีหัวมังกรที่เป็นต้นกำเนิดของพันธ์พฤกษา

     ส่วนตัวสิงห์ นั้นเป็นศิลปะการปั่นแบบนูนต่ำ ซึ่งมีลวดลายของเกร็ดสิงห์ที่ผสมผสานกับพันธ์พฤกษาได้อย่างลงตัว และบริเวณตรงกลางลำตัวสิงห์ยังมีผ้าทิพย์ห้อยลงมาคล้ายกับฐานพระพุทธรูป ประดับให้ดูมีค่ามากยิ่งขึ้น
     ธรรมมาสสิงห์ทางด้านทิศใต้ ซึ่งทางด้านทิศนี้นั้น มีเสาหงส์คู่ที่มีตุงติดอยู่ หมายถึงการบูชาพระรัตนตรัย ส่วนบริเวณทางขึ้นธรรมมาสยังมีซุ้มพระเหนือประตูทางเข้าธรรมมาส ซึ่งมีนาค 2 ตัว เอาหางพันกัน ซึ่งเป็นซุ้มที่คอยปกป้องรักษาธรรมมาสสิงห์ ส่วนตัวบันไดทางขึ้นสำหรับให้พระภิกษุแสดงธรรมเทศนานั้น ยังเป็นการฉลุไม่เป็นแม่บันไดนาคโดยมีเพาะรองรับบันไดไว้
     บริเวณ หลังคาธรรมมาสมีลายฉลุเป็นลายพันธุ์พฤกษา ได้แก่ลายเครือเถา ลายดอกไม้ และยังมีลายฉลุรูปสัตว์ เช่น มังกร รูปนก ยังมีลายดอกไม้ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง และยังมีรูปหงส์สลัก ทางกลางลายพันธ์พฤกษาบริเวณส่วนหัวของหงส์สลักเป็นรูปวงกลมคล้ายดวงอาทิตย์ หรือดวงจันทร์
     ส่วนตัวเรือนธรรมมาสนั้น ยังมีรูปหงษ์ อยู่ตรงกลาง ซึ่งหมายถึงความสง่างาม ยังตัวธรรมาสยังมีลายพันธ์พฤกษา โดยมีหัวมังกรเป็นต้นกำเนิดของลาย ธรรมมาสทางทิศใต้นี้ ยังมีรูปบุคคลที่แต่งกายคล้ายทหาร ซึ่งความเชื่อของอีสานจะหมายถึงบุคคลที่คอยดูแลศาสนสถานเหล่านั้น
     ส่วน ตัวสิงห์ นั้นเป็นศิลปะการปั่นแบบนูนต่ำ ซึ่งมีลวดลายของเกร็ดสิงห์ที่ผสมผสานกับพันธ์พฤกษาได้อย่างลงตัว และบริเวณตรงกลางลำตัวสิงห์ยังมีผ้าทิพย์ห้อยลงมาคล้ายกับฐานพระพุทธรูป ประดับให้ดูมีค่ามากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับทางทิศเหนือ
     ธรรมมาสสิงห์ทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศของหัวสิงห์ ส่วนหัวสิงห์นั้น ช่างได้คิดออกแบบตามลักษณะของศิลปะญวนเด่นด้วยของหงอนอยู่บนตัวสิงห์ลักษณะ คล้ายเปลวดวงตาจะใช้กระจกเงาแบบโบราณที่มีโลหะล้อมไว้ปากจะอ้า เห็นฟันและเขี้ยวชัดเจน การให้สีสันจะมีความอิสระของช่างมาก
     บริเวณหลังคาธรรมมาสมีลายฉลุเป็นลายพันธุ์พฤกษา ได้แก่ลายเครือเถา ลายดอกไม้ และยังมีลายมังกร 2 ตัว หันหน้าเข้าหาดอกไม้ขนาดใหญ่อยู่ตกกลาง และยังมีรูปไก่ 2 ตัว หันหน้าเข้าหากันท่ามกลางลวดลายต่างๆ โดยเฉพาะก้อนเมฆด้านบน ซึ่งเป็นศิลปะแบบจีนหรือเวียดนาม
     ส่วนตัวเรือนธรรมมาสนั้นยังมีรูป หน้ากาล ซึ่งคติความเชื่อที่นิยมนำมาประดับตกแต่งซุ้มประตูหน้าต่างในงานศาสนสถาน และยังมีลายพันธ์พฤกษาต่างๆ ที่มีต้นกำเนิดจากหัวมังกร และทางด้านซ้ายจะมีรูปบุคคล 2 คน คนแรกแต่งกายในลักษณะชาวจีน และอีกคน ก็แต่งกายในลักษณะพม่า ส่วนด้านขวานั้น ยังมีบุคคล 3 คน ซึ่ง 2 คนแรกเป็นชาย หญิง เดินควงกันซึ่งต่างกายในชุดชาวฝรั่งเศส และยังมีคนรับใช้ที่บนหัวมีถาดใส่ปลา ดอกบัว และดอกโบตั๋น ซึ่งความเชื่อของจีนแล้วนั้นหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ และยังมีรูปสัตว์ต่างๆ อีกด้วยเพื่อช่วยให้องค์ประกอบของตัวธรรมมาสสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
     ส่วนตัวสิงห์ นั้น ซึ่งทางดานทิศนี้จะเป็นทิศของหัวสิงห์รายละเอียดได้กล่าวไปแล้วนั้น นอกเหนือจากนี้ลำตัวด้านทิศเหนือนี้ ยังมีลวดลายของพันธ์พฤกษาที่ผสมผสานกับเกร็ดของสิงห์ ซึ่งแสดงถึงความสามารถของช่างที่ออกแบบมาอย่างกลมกลืน
     ธรรมมาสสิงห์ ทางด้านทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศของส่วนหางของธรรมมาสสิงห์ ในส่วนก่อนที่จะเป็นหางนั้นช่างได้ทำลายในส่วนของด้านหลังส่วนบนเป็นลายปูน ปั้นพันธ์พฤกษาก่อนจะมีโคนของหาง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกาบ 2 ชั้น มีกาบทั้งหมด 5 กาบ และจึงแยกหางออกเป็น 4 เส้น แต่ละเส้นมีความยาวลดลั่นกันได้สัดส่วนดูอ่อนซ้อยแต่เข้มแข็ง โดยมีลวดลายคล้ายก้อนเมฆหลากสี
     บริเวณหลังคาธรรมมาสมีลายฉลุเป็นลาย พันธุ์พฤกษา ได้แก่ลายเครือเถา ลายดอกไม้ และยังมีลายมังกร 2 ตัว หันหน้าเข้าหาดอกไม้ มี 15 กลีบข้างในวงกลมเดินเส้น 2 เส้น และยังมีรูปลวดลายสานขัดแตะเลียนแบบลายสานในการทำเครื่องจักรสาน และยังมีรูปนางเงือก อยู่ในลักษณะท่าว่ายน้ำเล่นอย่างมีความสุข นางเงือกจะสวมมงกุฎ กรองคอ กำไล
     ส่วนตัวเรือนธรรมมาสนั้นยังมีรูป หน้ากาล ซึ่งคติความเชื่อที่นิยมนำมาประดับตกแต่งซุ้มประตูหน้าต่างในงานศาสนสถาน และยังมีลายพันธ์พฤกษาต่างๆ ที่มีต้นกำเนิดจากหัวมังกร และยังมีรูปคนจีนผมแกระทั้งสองข้าง ยืนอยู่บนหลังช้าง มือซ้ายถือดอกโบตั๋น และบุคคลอีกด้านยังชายที่สวมหมวกมียอดแหลม ซึ่งบุคคลทั้ง 2 ถือดอกไม้วิ่งเข้าหาหน้าต่าง แสดงออกถึงอารมณ์ได้อย่างชัดเจน และยังมีรูปนก รูปม้า บริเวณตัวเรือนทางด้านทิศนี้ยังมีหน้าต่างฉลุไม้แกะสลักเป็นลวดลายพันธ์ พฤกษา
     ส่วนตัวสิงห์ นั้น ซึ่งทางดานทิศนี้จะเป็นทิศของหางสิงห์ รายละเอียดได้กล่าวไปแล้วนั้น ซึ่งส่วนหางนี้จะมีลักษณะคล้ายกับหางนกในนิยายของจีนอีกด้วย

สถานที่ตั้ง : บ้านชีทวน หมู่ที่ 2 ต.ชีทวน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี 34000


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
      

28-11-2013 Views : 6165



อาร์ตนานา สตูดิโอ และ เดอะ ไดโนเสาร์ อาร์ต แกลเลอรี่ ™ (หอศิลป์ เดอะแด็ก)
บ้านเลขที่ 9, 48 หมู่ 12 บ้านหนองซำ ต.น้ำอ้อม อ.ค้อวัง จ.ยโสธร 35160 กรุณาโทรติดต่อก่อนการเดินทางหรือนัดหมายล่วงหน้า ที่เบอร์ โทร. 081- 303 4493, 064-092 9449
ออกแบบโลโก้ | ออกแบบบรรจุภัณฑ์ | ออกแบบกล่อง | ออกแบบบถุง | ออกแบบฉลาก | ออกแบบสื่อส่งเสริมการขาย ออกแบบสื่อดิจิทัล Digital Media Design

 ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ อีสานอาร์ตดอทคอม ช่องพุทธศิลป์อีสาน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางถ่ายภาพนำมาจัดทำเว็บไซต์ ได้ที่ :

ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางกะปิ ชื่อบัญชี นายพัฒยา จันดากูล เลขที่บัญชี 003-2-02799-9 ประเภท ออมทรัพย์

ต้องยอมรับความจริงว่า การเดินทางมีค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าน้ำมันรถ หากต้องเดินทางไกลๆ หลายร้อยกิโลเมตร ค่าใช้จายในแต่ละเที่ยวก็หลายพันบาท เว็บมาสเตอร์จึงต้องรองบประมาณ และวางแผนการเดินทางให้คุ้มกับค่าน้ำมัน โดยกำหนดจุดที่จะไปถ่ายภาพให้ได้เยอะๆ ก่อนการเดินทาง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนค่าเดินทางครับ



44.201.97.0 | Copyright © 2008 - 2023 esanart.com All Rights Reserved.
Website designed by Artnana Sudio